เผยเส้นทางรัก น้ำชา ชีรณัฐ -ดร.วาว-ดิลกะ กับอุปสรรค3ปี ต่อจากนี้จะขอดูแลกันตลอดไป

เผยเส้นทางรัก น้ำชา ชีรณัฐ -ดร.วาว-ดิลกะ

เผยเส้นทางรัก งานวิวาห์ อันชื่นมื่น เจ้าสาวป้ายแดง น้ำชา ชีรณัฐ ผ่านพ้นไปด้วยดี แล้วเมื่อช่วงเช้านี้ (31 ม.ค.) สำหรับงานพิธีวิวาห์แบบเรียบง่ายตามหลักศาสนาคริสต์ ระหว่างนักร้องสาว น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ กับแฟนหนุ่มดีกรีด็อกเตอร์ ดร.วาว-ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ ที่ถูกจัดขึ้น ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก โดยมีครอบครัว ญาติ พี่น้อง และเพื่อนสนิท มาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างล้นหลาม

และล่าสุดก่อนจะเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรสในช่วงเย็นนี้ น้ำชา ชีรณัฐ และ วาว ดิลกะ ได้ควงแขนกันออกมาแถลงถึงวิวาห์หวานในครั้งนี้ให้กับสื่อมวลชนได้ฟังกัน พร้อมเผยสัญญารัก “จากนี้จะขอดูแลกันตลอดไป”

เผยเส้นทางรัก

 

เล่าบรรยากาศตอนเช้าเป็นอย่างไรบ้าง ?

น้ำชา : “ตอนเช้าเป็นพิธีแต่งแบบคริสต์ เพราะว่าชากับครอบครัวเป็นคาทอลิก ก็ราบรื่นไปด้วยดี”

เจ้าสาวตื่นเต้นขนาดไหน ?

น้ำชา : “ตื่นเต้นมากเมื่อเช้าไม่ได้นอนเลย นอนไม่หลับ ตื่นเต้น ขึ้นเตียงตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่ง แต่กลายเป็นไม่ได้นอนเลย รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่มีความสำหรับเรามากๆ และที่เห็นพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ มารวมตัวกัน รู้สึกว่ามันเป็นวันที่น่าจดจำที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตชาก็ว่าได้ รู้สึกตื้นตันมากตั้งแต่ รออยู่ในรถ จะเข้าไปในโบสถ์ พอถึงตอนนั้นมันตื้นตันไปหมด”

โมเมนต์ที่คุณพ่อควงเราเข้าโบสถ์เป็นยังไง ?

น้ำชา : “รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังโรแมนติกเรื่องหนึ่ง ที่พ่อส่งลูกสาวให้เจ้าบ่าว ก็รู้สึกดี มันโรแมนติกมากเลย”

ดร.วาว : “ตื่นตันและดีใจ เมื่อคืนก็ตื่นเต้นนอนไม่หลับเหมือนกัน เมื่อเช้ารู้สึกก็รู้สึกอบอุ่น เป็นงานเล็กๆ คนไม่ได้มาก เป็นคนในครอบครัวทั้งหมดจะอยู่ในงานช่วงเช้า ก็อบอุ่นดี รู้สึกว่าตื้นตัน แล้วก็จะต้องมีความรับผิดชอบในชีวิตเยอะขึ้นเลยครับ”

คุณพ่อของเจ้าสาวพูดอะไรกับเจ้าบ่าวบ้าง?

ดร.วาว : “พูดสั้นๆ ว่าฝากดูแลน้องด้วยนะ คำมั่นสัญญาที่ให้ต่อหน้าบาทหลวง ก็ให้คำมั่นว่าจะรักกันและซื่อสัตย์ ให้เกียรติกันไปตลอดชีวิต”

น้ำชา : “ไม่ใช่แค่เขาดูแลเรา เราก็ต้องดูแลเขาด้วยเหมือนกัน ก็เชื่อว่าเราจะต้องช่วยกันไม่ใช่หวังจะให้เขาดูแลเราอย่างเดียว ต้องช่วยดูแลกันในทุกๆ เรื่อง สมมติว่าเขาไม่สบายใจอะไรมา เรื่องงาน เรื่องชีวิตส่วนตัว ก็อยากให้รู้สึกว่าตั้งแต่นี้ก็จะมีเราที่เป็นที่พักพิงของเขา”

คุณแม่ฝากฝังอะไรกับเจ้าบ่าวบ้าง ?

น้ำชา : “จริงๆ คุณแม่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่มองหน้าก็รู้แล้ว ท่านก็ตื้นตันไม่แพ้เราเลย ไม่ ต้องพูดอะไรมากก็รู้สึก แม่เคยพูดว่าเขาก็สบายใจไปเปราะนึงที่มีคนมารับช่วงต่อจากเขา”

เผยเส้นทางรัก

ทางครอบครัว ดร.วาว ล่ะ ?

ดร.วาว : “ก็มีบอกว่าขอให้ใช้ความอดทน ให้อภัยกัน ก็อวยพรขอให้มีชีวิตแต่งงานที่ดี แล้วก็รักกันตลอดไป”

คุณแม่เจ้าบ่าวมีฝากฝังอะไรกับเจ้าสาวไหม ?

ดร.วาว : “ก็แค่บอกว่าขอให้รักกันไปตลอด”

ความรักครั้งนี้กว่าจะได้ลงเอยต้องผ่านอุปสรรคเยอะเลย ?

ดร.วาว : “ดีครับ ตอนนี้ทุกอย่างปกติ เราคบกันมา 3 ปีแล้ว ก็นานพอสมควร มันก็พิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง”

น้ำชา : “หลายเรื่องเลย เราเจออุปสรรคอะไรกันมาเยอะ ก็เหมือนกับทุกคู่แหละค่ะ เรามาถึงจุดนึ้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เราลองผิดลองถูก ผ่านอะไรมาด้วยกัน จนเรารู้สึกว่า… มันจะรู้สึกเองว่านี่คือคู่ของเรา เราสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนๆ นี้ได้ตลอดไป และพร้อมที่จะเจอปัญหาใหม่ๆ ไปพร้อมกันอีกในอนาคต ก็จะจับมือกันไม่ไปไหนค่ะ”

อะไรที่ทำให้เรามั่นใจในตัวเจ้าบ่าว ?

น้ำชา : “ตัวเขาเป็นคนชอบเด็ก ชาได้เห็นหลายๆ โมเมนต์ที่เขาอยู่กับเด็ก ลูกๆ เพื่อนเขา เขาเป็นคนอบอุ่น เป็นภาพที่เราเห็นแล้วเรารู้สึกว่าเป็นภาพที่เราอยากเห็นในชีวิตครอบครัวของเราเองบ้าง ที่ไม่ใช่ลูกของเพื่อนหรือของใคร วันหนึ่งเรามีครอบครัวด้วยกันชามั่นใจว่าเราจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครอบครัวหนึ่ง”

เห็นเราเคยให้สัมภาษณ์ว่า จะรักวาวไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย ?

น้ำชา : “ก็แต่งงานกันแล้วอะเนอะ (หัวเราะ) ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ (ยิ้ม)”

ทางวาวเองมีอะไรอยากจะบอกกับเจ้าสาวบ้าง ?

ดร.วาว : “สัญญาว่าจะดูแลกันตลอดไป จะทำหน้าที่สามีและหัวหน้าครอบครัวให้ดีที่สุดครับ”

เห็นก่อนหน้านี้ไปเข้าคอร์สใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันมาแล้ว ?

ดร.วาว : “ครับ ผมนับถือศาสนาพุทธใช่ไหมครับ หากจะแต่งงานในโบสถ์คาทอลิกก็ต้องผ่านการอบรม เพราะฉะนั้นผมก็เลยต้องเข้าไปอบรมครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกคู่อยู่แล้วที่ไม่ใช่คาทอลิกทั้งคู่”

จากนี้น้ำชาจะต้องแบ่งเวลายังไง ทั้งงานในวงการและการดูแลครอบครัว ?

น้ำชา : “ก็เหมือนเดิมค่ะ การที่เราแต่งงานกันคือการที่เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้คบกันในฐานะแค่แฟน เรามองอนาคตร่วมกัน นั่นคือจุดที่เราตัดสินใจที่จะแต่งงานกันค่ะ มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ งานน้ำชาก็ยังทำเหมือนเดิม ถ้ามีผู้ใหญ่ให้โอกาสชามาเล่นละครหรือทำอะไรในวงการ ชาก็ยังรับเหมือนเดิม ไม่ได้ไปไหนค่ะ”

ดร.วาว : “ตัวผมก็โอเคครับ ตอนก่อนจะแต่งก็ทราบอยู่แล้วว่าต้องเจออะไร อีกอย่างอาชีพของเขาก็ไม่ตรงกับอาชีพของผม ผมเองก็ไม่ค่อยประเทศไทย เดือนหนึ่งอยู่ 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง น้ำชาเขาก็รับตรงนี้ได้ ก็เหมือนๆ กัน”

มีบินตามไปให้กำลังใจด้วยไหม ?

ดร.วาว : “3 ปีที่ผ่านมา บินตาม 2 ครั้งได้มั้ง (หัวเราะ)”

น้ำชา : “คืองานเราเยอะมาก เวลาเขาไปก็ประมาณ 2 อาทิตย์ บางทีเกือบเดือนเลย แต่เราก็มีเคยไป 1-2 ครั้ง ไปแค่ 3 วัน ไม่ได้ไปนานค่ะ”

พอแต่งงานแล้วจะบินไปดูแลบ่อยขึ้นไหม ?

น้ำชา : “(ยิ้มและหันไปบอก ดร.วาว) ถ้าเหงาก็บอกนะ เดี๋ยวบินไปดูแลค่ะ”

ขออนุญาตถามถึงสินสอด มีอะไรบ้าง ?

น้ำชา : “มันต้องมีให้กันอยู่แล้วค่ะ”

ดร.วาว : “ก็ตามความเหมาะสมครับ แต่ขอเก็บไว้เป็นเรื่องทางจิตใจดีกว่า ไม่อยากจะให้ตีออกม่เป็นมูลค่า”

วางแพลนจะลูกเลยไหม ?

น้ำชา : “สักพักค่ะ เดี๋ยวขอเวลาสักประมาณครึ่งปีขอดูก่อน คือยังไม่ได้แพลนเลยว่าจะมีเมื่อไหร่ดี”

แต่ดูเหมือน ดร.วาว อยากจะมีภายในปีนี้ ?

ดร.วาว : “ก็คิดว่าภายใน 1-2 ปีครับ เดี๋ยวจะวิ่งตามลูกไม่ไหว (หัวเราะ)”

แพลนฮันนีมูนไว้หรือยัง ?

ดร.วาว : “ผมแพลนเรื่องฮันนีมูน เพราะให้ชาเขาแพลนเรื่องงานแต่ง แบ่งหน้าที่กัน วางแผนว่าจะไปแอฟริกาใต้ ไปเคปทาวน์ แล้วก็โจฮันเนสเบิร์ก ไปซาฟารีกัน”

น้ำชา : “เราไปลุยๆ เนอะ คนอื่นเขาไปโรแมนติก เราก็จะแหวกแนวนิดหนึ่งเพราะชาชอบสัตว์มากแล้วก็อยากไปแอฟริกามานานแล้ว ไม่เคยได้ไป ไปดูในกูเกิ้ลคือสวยมาก คนที่ไปมาเขาก็บอกว่าสวย ไปซาฟารีไปดูสัตว์ป่าค่ะ”

ในส่วนของงานวันนี้ธีมงานเป็นอย่างไรบ้าง ?

น้ำชา : “จะมีความป่าๆ ดอกไม้ป่า มีดาวหาง เวทมนตร์อะไรแบบนี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์นะ (หัวเราะ) คือชาชอบความเซอร์ๆ ปนกับความคลาสสิก ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่พอเดินเข้างานมาจะสัมผัสได้ว่ามันดูป่าๆ นิดๆ ดอกไม้ก็จัดแบบคลาสสิกค่ะ”

ของชำร่วยเห็นบอกว่าเป็นซิงเกิ้ลเพลงใหม่ของเรา ?

น้ำชา : “เป็นโอกาสโปรโมทซิงเกิ้ลใหม่เลย ก็เป็นซิงเกิ้ลใหม่พี่วาวยังไม่ได้ฟังนะ เป็นซิงเกิ้ลที่ทำขึ้นมาเพื่อมอบให้พี่วาวค่ะ เพิ่งตอนนี้เลยด้วย เป็นเพลงที่ดีอยากให้ลองฟังกันค่ะ”

จดทะเบียนสมรสเมื่อไหร่ ?

ดร.วาว : “ยังไม่ได้คิดตรงนั้นเลยครับ งานแต่งก็เพิ่งเสร็จไปเมื่อเช้านี้”

น้ำชาจะเปลี่ยนนามสกุลหรือคำนำหน้าไหม ?

น้ำชา : “จริงๆ ยังไม่ได้คิดเลยอะ ที่แต่งกันเหตุผลเดียวเลยก็คือ เรามองอนาคตด้วยกันแล้วก็อยากสร้างครอบครัวไปด้วยกัน ที่แน่ๆ คือความรักเพียวๆ เลย ที่เราอยู่มาถึงจุดนี้ได้ก็เจออะไรมาเยอะ ไม่ได้เรียบง่าย แค่นั้นเลย เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกระดาษเรายังไม่ได้ไปถึงตรงนั้นเลยค่ะ”

เผยเส้นทางรัก

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *