ใหม่ เจริญปุระ ฝีมือขั้นเทพ แสดงเข้าเส้นเลือด-คืนจอรอบ 16 ปี

ใหม่ เจริญปุระ หายหน้าจากงานแสดงละครไปนานถึง 16 ปี กลับมาครั้งนี้นักแสดงสาวมากฝีมือ ใหม่

ใหม่ เจริญปุระ ถ่ายทอดบทบาทตัวละคร ‘ย้อย’ ในละคร “กรงกรรม” ทางช่อง 3 ได้แซ่บขั้นเทพ

วันนี้มีโอกาสดีที่ได้พูดคุยกับซุป’ตาร์สาวรุ่นใหญ่ ถึงบทบาทการแสดง และชีวิตส่วนตัว

● ฟีดแบ็กละคร “กรงกรรม” เป็นยังไงบ้าง?

ใหม่ – “ดีงามมาก ถล่มทลาย โทรศัพท์แตก เพื่อนฝูงแฟนคลับโทร.กันมา ได้รับแต่เรื่องราวดีๆ เต็มไปหมด”

● หลายคนค่อนข้างตะลึงกับสกิลการด่าของพี่ใหม่มาก?

ใหม่ – “ก่อนไปเล่นก็ต้องทำการบ้านก่อนว่าจะรับบทเป็นใคร คุยกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ พี่แดง ธัญญา และทีมงานแล้ว จากนั้นในฐานะนักแสดงก็ต้องเล่นให้เต็มที่ สลัดความเป็น ‘ใหม่ เจริญปุระ’ ทิ้งไว้ที่บ้าน ถามว่ายากมั้ย จริงๆ ก็เทกเดียวตลอด ตอนนี้ได้ฉายาในกองว่า ‘ใหม่เทกเดียว’ แต่กว่าจะทำทุกอย่างได้ไม่ใช่ง่าย ปีที่แล้วหยุดรับงานนักร้องไว้ชั่วคราว อยากทำให้ดีที่สุด ที่เห็นท่องบทเป๊ะ คือเราท่องบทซะจนข้างบ้านน่าจะเชิญออกจากหมู่บ้านได้แล้ว (หัวเราะ) คือมันต้องท่องจนคำเข้าปากเข้าเนื้อเข้าเส้นเลือด การที่เรารู้ว่าย้อยเป็นคนแบบนี้ บวกกับเราพอมีศาสตร์การแสดงมาแล้วส่วนหนึ่ง สิ่งที่อิงอยู่เสมอคือต้องเล่นแล้วธรรมชาติ เล่นเหมือนไม่ได้เล่น”

● ย้อนถามว่าอะไรที่ทำให้ตัดสินใจรับละครเรื่องนี้?

ใหม่ – “อยู่ที่บทค่ะ บทประพันธ์ของคุณจุฬามณีทุกเรื่อง รวมถึงกรงกรรม เป็นอะไรที่ติดอยู่ในใจของหลายคน ถึงพริกถึงขิง แล้วมันก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจลึกล้ำ ขณะเดียวกันโปรดักชั่นของพี่อ๊อฟก็เป็นที่การันตีอยู่แล้ว ซึ่งถ้าพี่อ๊อฟมั่นใจที่จะเลือกเรา ยิ่งพอได้อ่านบทตัวบทมันดีจริงๆ อีกอย่างเราเคยแสดงเป็นแต่ตัวนำ เพราะฉะนั้นถ้าจะต้องไปเล่นละครทั้งทีซึ่งห่างมานานถึง 16 ปี ถ้าบทไม่คุ้มค่าแก่การจะลงไปเล่นเนี่ย คิดว่ามันก็เสียเวลาตัวเราเองและเสียเวลาทีมงานด้วย เราเองก็เห็นอยู่กับมือว่าบทมันเป็นอะไรที่ดีและท้าทาย พอได้ปรึกษาคุณแม่และครอบครัวแล้วทุกคนก็ไฟเขียวว่าดี”

ใหม่ เจริญปุระ

● ห่างละครไปนาน 16 ปี ต้องเคาะสนิมเยอะไหม?

ใหม่ – “สิ่งหนึ่งที่ต้องปรับอย่างแรงคือเรื่องเวลา ด้วยงานนักร้องเป็นงานดึกทำให้เรากลายเป็นคนนอนดึกตื่นสายโดยปกติ แต่พอมาทำละครมันเหมือนวิถีทุกอย่างสลับหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องนอน 4 ทุ่ม ตื่น 6 โมง ตื่นแล้วก็ต้องสว่างสดใส มีสติสมาธิมากพอจะโฟกัสและทำงานออกมาได้แบบสว่างยิ่งกว่าไฟทางด่วน แล้วโดยบุคลิกย้อยจะมาซึมกะทือก็ไม่ใช่ 8 โมงคือต้องพร้อมด่าแล้ว (หัวเราะ) ไม่มีวันไหนเลยที่เป็นซีนธรรมดา บางวันถ่ายๆ อยู่พี่แดงต้องเชิญกลับบ้าน เพราะเราอาเจียนหนักมาก ขนาดตกรถไฟก็ตกจริงๆ ขากะเผลกถีบคนนั้นคนนี้ จนบางทีคิดว่านี่ละครดราม่าหรือละครบู๊กันแน่ แล้วทางอารมณ์ก็ซีเรียสจนกลัวความดันจะขึ้น ขนาดเจมส์(จิรายุ) ที่เป็นลูกก็ยังหันมาถามว่า…แม่ๆ ทั้งเรื่องนี่ไม่มีอารมณ์ดีบ้างเลยเหรอ (หัวเราะ) เราเองก็สงสัยเหมือนกันว่าย้อยนี่มีอารมณ์ดีกับเขาบ้างมั้ย พี่อ๊อฟก็บอกแล้วว่าโดยคาแร็กเตอร์ย้อยเป็นคนโผงผาง ฉันใหญ่โตที่นี่ พูดคำไหนต้องคำนั้น อย่าได้มาเปลี่ยนความคิดเด็ดขาด”

● ทำการบ้านกับตัวละคร “ย้อย” ยังไง?

ใหม่ – “ต้องขอบคุณพี่แมว(เวณิก) พี่สาวคนโต เขาคอมเมนต์อย่างแรกว่าคนติดภาพเราเป็นนักร้อง ฉะนั้นเราต้องลืมเรื่องนี้ไปให้ได้ อย่างที่สอง ไม่มีลูก เราไม่รู้จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรกับลูก ก็ต้องทำการบ้านในจุดนี้ โชคดีแม่เรามีลูก 4 คน พี่แมวยิ่งตรงเพราะมีลูกชาย 4 คนเหมือนย้อยเป๊ะ แล้วแม่เรารักลูกมาก ฉะนั้นคำว่าแม่รักลูกมากมันเข้าในเส้นเลือดเราอยู่แล้วว่าวิถีของแม่เราเป็นแบบไหน แต่ยังไงเราก็ไม่เคยเป็นแม่คนอยู่ดี ก็ต้องเอาตรงนี้มาผนวกกัน ในฐานะนักแสดงต้องทำมันให้จนได้ คีย์เวิร์ดของย้อยคือรักลูกมาก ขณะเดียวกันก็เจ้ากี้เจ้าการลูกมากเช่นกัน”

● ในเรื่องต้องปะทะกับ ‘เบลล่า–ราณี’ เยอะมาก ร่วมงานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

ใหม่ – “ชื่นชมในตัวเบลล่ามาก ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัยส่วนตัว ทั้งมารยาท กาลเทศะ และความอ่อนน้อมถ่อมตน ในด้านสายงานส่วนตัวเป็นคนชอบคนเล่นธรรมชาติ เบลล่าเป็นแบบนั้น เล่นแล้วทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้เล่น ทุกอย่างเหมือนเรื่องจริง เราชอบที่มันดูจริ๊งจริง แล้วเรื่องนี้พี่อ๊อฟเน้นความเรียลมาก ซึ่งก็เข้าทางเรา แล้วเบลล่ามาเล่นเรียลอีก ทุกอย่างดูเข้าขาและสมูทไปหมด เวลาเข้าฉากปะทะกัน เบลล่าจะขอโทษขอโพยทุกครั้ง แต่เราก็บอกเต็มที่เลย เนื่องจากผ่านประสบการณ์ทางการแสดงมาก่อน สมัยที่เราเด็กๆ เคยเล่นกับผู้ใหญ่ก็ต้องทำแบบนี้ ซึ่ง เบลล่าก็มีสิ่งนี้ครบถ้วน”

ใหม่ เจริญปุระ

● กลับมาครั้งนี้แฟนๆ ชอบใจ บอกว่าอยากเห็นพี่ใหม่เล่นละครอีกเรื่อยๆ เป็นไปได้ไหม?

ใหม่ – “จริงๆ เราเป็นคนที่ดูเรื่องบทเป็นหลัก หลังจากนี้ถ้ามีบทดีๆ ติดต่อมาอีกก็ยินดีรับไว้พิจารณา แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเวลาที่เหมาะสม พูดตามตรง ละครมันใช้เวลาเยอะ เพราะเราก็มีสายอาชีพซึ่งเป็นนักร้องอยู่ ฉะนั้นก็ต้องดูว่าถ้าไปเล่นแล้วดีมั้ย ถ้าไม่ดีก็อย่าไปเลย อย่างน้อยต้องให้คุ้มค่ากับการที่เราต้องสละเวลาและท้าทายความสามารถตัวเองด้วยในการที่จะไปทำทั้งทีค่ะ ก็ต้องขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับ ทำให้หายเหนื่อย ต้องยอมรับว่าเราทุ่มเทกับละครเรื่องนี้มาก พอผลลัพธ์ออกมาเป็นบวกก็ยิ่งดีเหลือเกิน ทั้งที่คนน่าจะเกลียดย้อยด้วยซ้ำที่ด่าเก่งเบอร์นี้ แต่กลายเป็นคนมารักและให้กำลังใจเรา เรามองว่ามันเป็นความสำเร็จนะ เพราะย้อยทำขนาดนี้ถ้าคนไม่ด่าก็แย่แล้ว”

● อยู่วงการมา 30 กว่าปี มีอะไรที่ผู้หญิงที่ชื่อ ใหม่ เจริญปุระ ยังไม่ได้ทำและอยากลองทำ?

ใหม่ – “ถ้าในวงการก็คงเหลือการเป็นผู้กำกับฯ แหละเนอะ เคยคิดว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิต ในฐานะที่พ่อ(รุจน์ รณภพ) เป็นผู้กำกับฯ ด้วย ก็อยากสานต่อฝันของพ่อ แต่มานั่งดูแล้วยากมาก นักแสดงรับผิดชอบตัวเองคนเดียวยังจะแย่เลย ถ้าเป็นผู้กำกับฯ ต้องรับผิดชอบคนทั้งกอง ต้องรู้ไปหมด เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำได้ จะมีเวลามากพอ หรือจะมีโอกาสมั้ย แต่ ณ วันนี้ก็คงเหลืองานนี้เท่านั้นเอาเป็นว่ารอลุ้นกันต่อไปว่าจะมีผู้กำกับฯ ที่ชื่อ ใหม่ เจริญปุระ รึเปล่าค่ะ”

● ดูแลตัวเองยังไงให้สดใสอารมณ์ดีแบบนี้ตลอด?

ใหม่ – “อันดับแรก มันเป็นพลังของการคิดบวก เรามีคุณแม่ที่เป็นพลังใจพลังงานที่สำคัญ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองล้มและท้อไม่ได้ แม่เราเหนื่อยหนักกว่านี้อีก ขณะเดียวกันเราก็ล้มไม่ได้เพราะกว่าจะสร้างตัวมามีทุกวันนี้ กว่าจะมีคนยอมรับ ต้องอาศัยระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน การประสบความสำเร็จสำหรับเราในยุค 2019 ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทำยังไงจะรักษาความสำเร็จนั้นให้คงเส้นคงวาและอยู่ในใจคนได้นานเท่านาน คนที่อยูในสเกลแบบเรา เชื่อว่าต้องเสียสละอะไรหลายอย่างเพื่อมายืนตรงจุดนี้ให้ได้ ก็เป็นสิ่งที่เราทำมาตลอด ไม่ว่าจะดูแลรักษาตัวเอง ผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตา และจิตใจ เพราะเราขายความสุข เวลาไปยืนบนเวที คนอื่นเห็นเรา เขาก็อยากมีความสุข ไม่ใช่ดูอิดโรย ไม่มีพลังมาเลย เราต้องรักษาคุณภาพตรงนี้ให้ได้ รวมถึงต้องรับผิดชอบความรู้สึกคนดูให้ได้”

ใหม่ เจริญปุระ

● หลายคนติดตามพี่ใหม่มานาน ซัพพอร์ตมาทุกสิ่งอย่าง อีกอย่างที่ลุ้นกันคือเรื่องความรัก?

ใหม่ – “ชีวิตความรักของเราตอนนี้กลางๆ พยายามทำงานให้น้อยลง มีเวลาให้กับตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้างเยอะที่สุด ยอมรับว่าพอทำงานหนัก วันนี้เลยอยากมอบความสุขให้ตัวเอง แล้วเราก็อยากมีกัลยาณมิตรที่ดีและมีความสุขกับเขา เขาดูแลเรา เราก็ต้องดูแลความรู้สึกตัวเองและคนรอบข้างดีๆ ด้วยค่ะ”

● เอาจริงๆ พี่อยากแต่งงานไหม?

ใหม่ – “ความรู้สึกนั้นมันเลยไปแล้ว เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว อยากแต่งงาน อยากมีลูก เพราะคิดว่ามันจะเป็นบทสรุปของชีวิตผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ แต่พอมองย้อนกลับไปรู้เลยว่าจริงๆ การที่จะเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องแต่งงานหรือมีลูก เราสามารถเป็นคนดีในสังคม ทำงานประสบความสำเร็จ ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ตัวเองภูมิใจได้ หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ คิดว่านี่คือผู้หญิงคนหนึ่งที่สมบูรณ์แบบแล้ว โดยไม่จำเป็นจะต้องมีผู้ชายหรือใครมากะเกณฑ์ชี้นำชีวิตว่าเราสำเร็จเพราะแต่งงานกับเขา”

● นิยามความรักของ ใหม่ เจริญปุระ คืออะไร?

ใหม่ – “ความรักคือการดูแลกันและกันจนวันตาย รักตัวเองและรักคนรอบข้าง เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากที่สุด ที่สำคัญคนเราต้องรักกันได้ทุกๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะจนหรือรวย ร้ายหรือดี เพราะยามดีๆ ก็รักกันได้ทั้งนั้น แต่ ยามร้ายๆ หรือยามลำบากใครจะอยู่กับเรามากกว่า”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *